ข้าวหุงหน่อไม้ เมนูละมุนละไมในฤดูใบไม้ผลิสำหรับคนชอบหน่อไม้ญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นชอบรับประทานอาหารตามฤดูกาลไม่ว่าจะเป็นผักหรือปลา เสน่ห์ของอาหารตามฤดูกาลคือความสดอร่อยและรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาจากการได้รับรู้ว่าฤดูกาลใหม่ได้เข้ามาเยือน หนึ่งในอาหารที่อร่อยตามฤดูกาลของคนญี่ปุ่นคือ หน่อไม้สดที่คนญี่ปุ่นนิยมเป็นอย่างยิ่งเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน หนึ่งในเมนูที่คนญี่ปุ่นนิยมนำหน่อไม้มารับประทานคือ ข้าวหุงหน่อไม้ วันนี้ ANNGLE ขอนำเสนอวิธีทำข้าวหุงหน่อไม้ที่ทำเองง่าย ๆ ได้ที่บ้านค่ะ

ข้าวหุ้งหน่อไม้

วัตถุดิบ

  • หน่อไม้ต้มหั่นบาง 200 กรัม
  • แครอท 1/3 หัว
  • ข้าวญี่ปุ่น 3 ถ้วย
  • เต้าหู้ทอด 1 แผ่น
  • ซุปดาชิแบบใส (Shirodashi,白だし) 6 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. นำหน่อไม้ขนาดกลางล้างและปอกเปลือกออก 2-3 ชั้น ใช้มีดตัดปลายและกรีดด้านข้างก่อนนำวางเรียงลงหม้อ เติมรำข้าวไปประมาณ 1 กำมือ เติมน้ำพอท่วมหน่อไม้ ปิดฝาหม้อและต้มหน่อไม้ด้วยไฟอ่อนประมาณ 1 ชั่วโมงจนหน่อไม้นิ่ม จากนั้นวางหม้อหน่อไม้ไว้จนเย็นแล้วจึงนำหน่อไม้มาปอกง่าย ๆ ด้วยมือ

หน่อไม้สดต้มในรำข้าว
หน่อไม้ต้ม

2. หั่นหน่อไม้ให้มีความหนาประมาณ 2-3 มิลลิเมตร หั่นแครอทให้มีขนาดเล็กที่มีความยาวประมาณ 3 เซนติเมตร และหั่นเต้าหู้ทอดให้เป็นชิ้นบาง ๆ

วัตถุดิบเพื่อใช้หุงข้าว

3. นำข้าวสารมาล้างให้สะอาด จากนั้นนำใส่หม้อหุ้งข้าว เติมน้ำซุปดาชิชนิดใสและโชยุลงไป จากนั้นเติมน้ำให้ถึงระดับสำหรับการหุ้งข้าว 3 ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วเติมหน่อไม้ แครอท และเต้าหู้หั่นลงไปโดยไม่ต้องคน ปิดฝา เสียบปลั๊กและกดหม้อหุงข้าว

เติมเครื่องปรุงและน้ำจนถึงระดับสำหรับหุงข้าว 3 ถ้วย
เติมหน่อไม้ แครอทและเต้าหู้หั่นลงไป

4.  เมื่อหุงข้าวสุกได้ที่แล้วก็ใช้พายไม้คนข้าวแล้วตักใส่จานพร้อมรับประทาน

ข้าวที่หุงเสร็จใหม่ๆ
ข้าวหุงหน่อไม้พร้อมรับประทาน

เกร็ดเล็กน้อยของการทำข้าวหุงหน่อไม้

・การนำหน่อไม้สดมาต้มทั้งเปลือกกับรำข้าวจะทำให้หน่อไม้มีรสหอมหวานกรอบอร่อยตามธรรมชาติ เนื่องจากรำข้าวจะไปจับกับสารที่ทำให้เกิดรสขมของหน่อไม้ และกรดอะมิโนที่อยู่ในรำข้าวจะซึมเข้าไปในหน่อไม้ ทำให้หน่อไม้มีรสหวานอร่อย นอกจากนี้สารธรรมชาติจากเปลือกหน่อไม้จะช่วยฟอกสีหน่อไม้ ทำให้หน่อไม้มีสีสวย

 

・ซุปดาชิแบบใส (白だし) เป็นเครื่องปรุงดาชิผสมโชยุสีอ่อนหรือสีใส บางยี่ห้อมีส่วนผสมของมิรินด้วย มีรสเค็มออกหวานเล็กน้อย คนญี่ปุ่นนิยมใช้เป็นเครื่องปรุงเมนูไข่ เช่นไข่ตุ๋นและไข่หวาน เพราะสีใสนอกจากจะไม่ทำให้สีของไข่เปลี่ยนแล้วก็ยังช่วยให้ไข่มีรสอร่อยโดยไม่ต้องผสมเครื่องปรุงตัวอื่นเลย หากสามารถหาซื้อซุปดาชิแบบใส (白だし) ได้จะทำให้วิธีการหุงข้าวง่ายขึ้น เนื่องจากซุปดาชิแบบใสเป็นเครื่องปรุงรสที่ใส ทำให้ข้าวที่มีสีสวยงามตามธรรมชาติ แต่หากหาซื้อซุปดาชิแบบใสไม่ได้ก็ใช้เครื่องปรุงสำหรับข้าว 3 ถ้วย ได้แก่ สาเก 2 ช้อนโต๊ะ ผงดาชิสำเร็จรูป 1 ช้อนชา โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ และเกลือ 1/3 ช้อนชา

เมนูข้าวหุงหน่อไม้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งเมนูอร่อยประจำฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น บ้านเรามีหน่อไม้ที่มีรสหวานอร่อยไม่แพ้หน่อไม้ญี่ปุ่น หากมีเวลาลองทำข้าวอบหน่อไม้ดูนะคะ หากนำมารับประทานกับส้มตำ ลาบ หรือยำหมูย่าง คงอร่อยจนหยุดไม่ได้แน่ ๆ ค่ะ

สล็อตเว็บตรง

รู้จักและแยกพันธุ์ดอกไอริสญี่ปุ่นแบบต่างๆ อย่างผู้เชี่ยวชาญ

ในช่วงตั้งแต่ปลายฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นฤดูร้อน หนึ่งในดอกไม้ที่บานเด่นสะดุดตาในญี่ปุ่นก็คือ ดอกไอริส ซึ่งในญี่ปุ่นจะมีไอริสพันธุ์หลัก 3 ชนิดพันธุ์ที่คนสวนใหญ่แยกกันไม่ออกเลยว่าชนิดไหนเป็นชนิดไหน วันนี้มาแนะนำวิธีดูดอกไอริสแบบรู้จริงและบอกได้ถูกเป๊ะว่าไปดูดอกไอริสชนิดไหนมา เตรียมไว้เพื่อมาเที่ยวญี่ปุ่นปีหน้าหลังจากโควิด-19 หายไปนะคะ

ชนิดของดอกไอริส

ในญี่ปุ่นมีดอกไอริสพันธุ์หลัก 3 ชนิดพันธุ์ คือ

อายาเมะ (菖蒲, アヤメ)

อายาเมะ หรือชื่อภาษาอังกฤษ Iris sanguinea เป็นดอกไอริสชนิดที่เจริญเติบโตได้ดีบนดินแห้งและบานไวกว่าพันธุ์อื่นตั้งแต่ต้นถึงปลายเดือนพฤษภาคม ดอกมีสีม่วงเข้ม ฐานกลีบดอกมีลวดลายคล้ายตาข่ายสีน้ำตาล ขาว และเหลือง ดอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 เซนติเมตร

ฮานะโชบุ (花菖蒲, ハナショウブ)

ฮานะโชบุหรือชื่อภาษาอังกฤษ Iris ensata var. ensata เป็นดอกไอริสที่เจริญได้ดีบนดินกึ่งเปียกกึ่งแห้งมีน้ำขังเล็กน้อย ไอริสพันธุ์นี้จะบานตั้งต้นเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ในญี่ปุ่นมีฮานะโชบุประมาณ 5,000 ชนิดพันธุ์ซึ่งปลูกไว้ให้คนญี่ปุ่นได้ชมตามสวนสาธารณะหลายที่ ดอกฮานะโชบุมีหลากหลายสี ได้แก่ สีขาว ม่วงอ่อน ม่วงชมพู ม่วงเข้ม ชมพู เหลือง และแบบค่อยๆ ไล่จากสีขาวเป็นม่วงหรือชมพู เป็นต้น โดยมีลักษณะเด่นคือ ที่ฐานกลีบดอกจะมีสีเหลืองและมีดอกขนาดใหญ่กว่าพันธุ์อื่น โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร

คะคิซึบะตะ (杜若, カキツバタ)

คะคิซึบะตะ หรือชื่อภาษาอังกฤษ Iris laevigata เป็นดอกไอริสที่เจริญได้ดีในบึงและหนองน้ำ ไอริสพันธุ์นี้จะบานตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน ดอกมีหลายสี ได้แก่ สีขาว ม่วง และม่วงเข้ม ที่ฐานกลีบดอกจะมีสีขาวและดอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12 เซนติเมตร

 


โดยสรุปคือ เราสามารถแยกชนิดดอกไอริสได้ง่ายๆ จากสีและลักษณะบนฐานกลีบดอกดังรูปด้านล่าง

ดอกไอริสเป็นหนึ่งในดอกไม้ในดวงใจของคนญี่ปุ่นจากความหมายดอกไม้ที่ดี เช่น ข่าวดีที่กำลังเข้ามา ความไว้ใจ หัวใจที่อบอุ่น ความสง่างามและความหลงใหล เป็นต้น ผู้เขียนเองก็ไปชมดอกไอริสฮานะโชบุที่สวนสาธารณะใกล้บ้านทุกปี สำหรับคนที่ชอบดอกไม้แล้ว ดอกไม้ก็คือความสุขง่ายๆ ที่ไม่สามารถหาซื้อมาครอบครองได้ หากมาญี่ปุ่นในช่วงพฤษภาคมหรือมิถุนายนคราวหน้า อย่าพลาดไปชมสวนดอกไอริสชนิดต่างๆ ดูนะคะ คราวหน้าเพื่อนๆ จะกลายเป็นผู้รู้จริงเรื่องชมดอกไอริสในญี่ปุ่นค่ะ

สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

วิธีป้องกันฮีทสโตรกตามคำแนะของคนญี่ปุ่น

หน้าร้อนในญี่ปุ่นเป็นช่วงที่ร้อนมากและมีความชื้นในอากาศสูง ส่งผลให้ยากแก่การระบายความร้อนออกจากร่างกาย อันเป็นเหตุให้คนญี่ปุ่นป่วยเนื่องจากฮีทสโตรก (Heat stroke) หรือโรคลมแดด และนำไปสู่การเสียชีวิตปีละไม่น้อย  มาดูคำแนะนำในการป้องกันโรคลมแดดกันจากคนญี่ปุ่นกันนะคะ

ดื่มน้ำบ่อยๆ

กุญแจสำคัญของการป้องกันโรคลมแดดคือ การดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มก่อนรู้สึกกระหายน้ำ เพราะเมื่อรู้สึกกระหายน้ำนั่นหมายถึงว่าร่างกายเริ่มมีปริมาณน้ำน้อยแล้ว หากน้ำในร่างกายไม่เพียงพอจะทำให้เหงื่อไม่ออกได้เต็มที่ ส่งผลให้ไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ ดังนั้นในฤดูร้อนจึงควรหมั่นดื่มน้ำบ่อยๆ และหากร่างกายเสียเหงื่อมาก เกลือแร่ในร่างกายจะสูญเสียไปพร้อมกับเหงื่อ ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่หรืออมลูกอมที่มีส่วนผสมเกลือจะเป็นวิธีที่ดีและรวดเร็วในการเพิ่มเกลือแร่ให้แก่ร่างกาย

รับประทานอาหาร 3 มื้อ

การรับประทานอาหาร 3 มื้อมีความสำคัญในการคงไว้ซึ่งสภาวะที่ดีของร่างกาย คนที่ไม่รับประทานอาหารมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายไม่ได้รับเกลือแร่และสารอาหารในปริมาณที่เพียงพอ จึงทำให้มีโอกาสเป็นโรคลมแดดได้ง่ายกว่าคนที่รับประทานอาหารเช้า เพื่อป้องกันร่างกายอ่อนล้าจากความร้อนจึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างง่ายๆ

สวมหมวกและใช้ร่มกันแดดเมื่อต้องออกข้างนอก

ความร้อนจากแสงแดดที่สัมผัสร่างกายโดยตรงส่งผลให้ร่างกายร้อนขึ้นและทำให้ร่างกายสูญเสียความแข็งแรง การสวมหมวกหรือใช้ร่มจะช่วยให้อุณหภูมิที่สัมผัสที่ศีรษะลดลงประมาณ 4-9 องศาเซลเซียส จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคลมแดดได้

เปิดเครื่องปรับอากาศเมื่ออยู่ในบ้านหรืออาคาร

โรคลมแดดไม่ได้เกิดขึ้นเมื่ออยู่นอกบ้านเท่านั้น การอยู่ในอาคารที่ร้อนจัดก็มีโอกาสทำให้เป็นโรคลมแดดได้เหมือนกัน ดังนั้นเมื่ออากาศร้อนจัดก็ไม่ควรอดทนอดกลั้นไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ ทั้งนี้หากเปิดเครื่องปรับอากาศควรปรับให้ห้องมีอุณหภูมิที่สบายตัวประมาณ 28 องศาเซลเซียส โดยควรตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 26-27 องศาเซลเซียส

รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารดังนี้คือ

โพแทสเซียม

ร่างกายสูญเสียเกลือแร่ ได้แก่ โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และเหล็กทางเหงื่อ ในเกลือแร่เหล่านี้โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่สูญเสียในปริมาณมากที่สุด การขาดโพแทสเซียมทำให้ร่างกายอ่อนแรง หน้ามืด อาเจียน เป็นลม และอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ ดังนั้นควรหมั่นรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม เช่น มะเขือเทศ บร็อคโคลี่ แตงกวา ฟักทอง มันฝรั่ง ปวยเล้ง สาหร่ายทะเล ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และผลไม้ ได้แก่ กล้วย แตงโม อาโวคาโด เมล่อน และกีวี่ เป็นต้น

วิตามิน B1

วิตามิน B1 มีบทบาทในการช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตในร่างกายให้เป็นพลังงาน หากขาดวิตามิน B1 จะทำให้เหนื่อยล้าได้ง่าย ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน B1 ดังนี้ คือ เนื้อหมู ปลาไหล โซบะ ข้าวกล้อง และถั่วต่างๆ เป็นต้น

 

วิตามิน C

หากร่างกายขาดวิตามิน C จะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าและรู้สึกไม่อยากอาหาร อีกทั้งวิตามิน C ถูกใช้ในการผลิตคอลลาเจนและช่วยกดการผลิตเมลานินซึ่งทำให้เกิดจุดด่างดำ ดังนั้นนอกจากจะช่วยป้องกันการเกิดโรคลมแดดแล้ววิตามินซียังมีผลต่อความงามของผิวพรรณในหน้าร้อนด้วย อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ได้แก่ พริกหวาน บร็อคโคลี่ รากบัว กะหล่ำปลี กีวี่ เลมอน ส้ม และสับปะรด เป็นต้น

ฮีทสโตรกหรือโรคลมแดดเป็นหนึ่งในโรคที่น่ากลัวในฤดูร้อนของญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อมีอาการแล้วบางครั้งหากได้รับความช่วยเหลือไม่ทันก็ทำให้เสียชีวิตไปอย่างน่าเศร้าใจ อาการของโรคอาจสะสมจากความเหนื่อยล้าอ่อนแรงและนอนไม่หลับเป็นเวลาหลายวันหรืออาจจะเกิดฉับพลันเมื่ออยู่ในที่ร้อนจัดเป็นเวลานานก็ได้ ดังกล่าวข้างต้นเป็นวิธีการง่ายๆ ที่จะช่วยป้องกันตัวเราและครอบครัวให้ปลอดภัยจากโรคลมแดดค่ะ

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

กลุ่มศิลปิน teamLab ชวนจิบชาท่ามกลางงานศิลปะดิจิทัลในโรงเก็บโชยุ

teamLab คือกลุ่มศิลปินผู้รักงานศิลปะจากทั่วโลก สมาชิกมาจากหลากหลายวิชาชีพ อย่างศิลปิน โปรแกรมเมอร์ วิศวกร สถาปนิก รวมถึงนักสร้าง CG แอนิเมชัน รวมตัวกันเพื่อสร้างผลงานศิลปะแบบดิจิทัลที่เน้นความสวยงามของธรรมชาติ ผสมผสานกับเทคโนโลยีการสร้างภาพและแสงสีเสียงจากงานดิจิทัล

ตั้งแต่ปี 2001 teamLab สร้างผลงานนิทรรศการมาแล้วทั่วโลก รวมทั้งเคยมีนิทรรศการชั่วคราวมาจัดที่ประเทศไทยด้วย

 

สำหรับนิทรรศการที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักของนานาประเทศ รวมถึงคนไทยด้วยคือ teamLab Borderless นิทรรศการถาวรที่จัดแสดงอยู่ที่ Mori Building Digital Art Museum โอไดบะ กรุงโตเกียว

 

 

ศิลปะดิจิทัลในโรงเก็บโชยุ

ผลงานนิทรรศการล่าสุดของ teamLab ถูกจัดขึ้นในอาคารไม้ที่เคยใช้เป็นโรงงานผลิตและโรงเก็บโชยุในสมัยเมจิ (ค.ศ. 1868 – 1912) ในจังหวัดโอคายามะ

Fukuoka Shoyu Gallery อาคารเก่าที่ใช้จัดนิทรรศของ teamLab: Tea Time in the Soy Sauce Storehouse

พื้นที่บริเวณชั้นใต้ดินของโรงงานเก็บโชยุแห่งนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องจัดนิทรรศการภายใต้ชื่อ teamlab: Tea Time in the Soy Sauce Storehouse

นิทรรศการนี้ตกแต่งด้วยโคมลอยน้ำจำนวนมาก ตัวโคมทำจากแก้วเวนิส (Venetian Glass หรืออีกชื่อคือ Murano Glass) เครื่องแก้วชื่อดังจากประเทศอิตาลี ภายในบรรจุไฟ LED ที่ใช้สร้างแสงสี ตัวโคมแก้วจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและจังหวะการกะพริบของแสงตามเสียงเพลง อีกทั้งแสงในโคมจะตอบสนองหากเราเข้าไปสัมผัสอีกด้วย

โคมแก้วที่แสงสีจะตอบสนองเมื่อเราสัมผัส

 

นั่งจิบชาและปล่อยใจไปตามจังหวะของแสงและดนตรี

นอกจากชมความสวยงามของโคมลอยแล้ว เรายังสามารถนั่งจิบชาท่ามกลางศิลปะดิจิทัลในห้องนี้ได้อีกด้วย แก้วชาที่ถูกนำมาเสิร์ฟจะมีการผสมผสานของแสงและสีที่มีจังหวะสอดคล้องกับดนตรีที่เราได้ยิน

นอกจากนี้ เมื่อโคมแก้วลอยมาใกล้ๆ แสงสีในแก้วชาของเราจะตอบสนองโดยการเปลี่ยนโทนสีและจังหวะการกะพริบของแสงอีกด้วย

 

นิทรรศการนี้จัดในช่วงวันที่ 15 เมษายน 2021 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2022 สำหรับผู้ที่สนใจไปเยี่ยมชมนิทรรศการดีๆแบบนี้ก็ลองหาโอกาสแวะไปกันได้นะคะ

ใครที่เคยชมผลงานของ teamLab จะรู้ว่ากลุ่มศิลปินกลุ่มนี้มีความสามารถในการสื่อสารงานศิลปะออกมาในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นมากจริงๆ แม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและใช้อุปกรณ์ดิจิทัล แต่ผลงานของ teamLab กลับเหมือนภาพวาดศิลปะที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกผ่อนคลายและเหมือนหลุดไปในโลกแห่งจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด

ถ้าใครสนใจ สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการอื่นๆ ของกลุ่มศิลปินกลุ่มนี้ได้ที่เว็บไซต์ของ teamLab ได้เลยค่ะ

รายละเอียดนิทรรศการ:

teamLab: Tea Time in the Soy Sauce Storehouse
สถานที่: Fukuoka Shoyu Gallery, 17-35, Yuminocho, Kita Ward, Okayama City, Okayama
ช่วงเวลาการจัดงาน: 15 เมษายน 2021 – 31 มีนาคม 2022
เวลาเปิด-ปิด: 10.00 – 17.00 น. (หยุดวันพุธ)
ค่าเข้าชม: 1,000 เยน (ประมาณ 300 บาท) รวมค่าน้ำชา 1 แก้ว
เว็บไซต์: teamLab Tea Time

สรุปเนื้อหาจาก: teamLab, prtimes

สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

เอนกประโยชน์ของเบกกิ้งโซดาและวิธีการนำมาใช้ของคนญี่ปุ่น

บางครั้งที่เราฝันถึงแฟนตัวเอง มันบ่งบอกถึงอะไรกันแน่นะ ? อาจจะเป็นฝันบอกเหตุหรือลางสังหรณ์ของอะไรบางอย่างรึเปล่า ? ความฝันคือการแสดงความรู้สึกนึกคิดจากจิตใต้สำนึกโดยที่เราไม่รู้ตัว ครั้งนี้เราจะมาดูกันว่าสำหรับสาวญี่ปุ่นแล้ว แต่ละความฝันที่ฝันถึงแฟนหนุ่มนั้นมีความหมายว่าอย่างไรได้บ้าง

ฝันว่าไปเดทกับแฟน

การฝันว่าได้ไปเดทกับแฟนหนุ่มอย่างมีความสุขเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความไม่พอใจในความสัมพันธ์ของคุณทั้ง 2 คน คุณอาจจะคิดว่า เป็นแค่ความฝันแต่ทำไมถึงรู้สึกมีความสุขสนุกสนานขนาดนี้ นั่นก็เพราะการไปเดทกับเขาแบบในฝัน มันก็เป็นสิ่งที่คุณคาดหวังอยู่เช่นกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือคุณกำลังรู้สึกไม่พึงพอใจกับอะไรบางอย่างในปัจจุบัน ซึ่งมันแตกต่างจากสิ่งที่คุณอยากให้เป็นในอุดมคติ ความรู้สึกนี้จึงปรากฏออกมาในความฝัน

ฝันว่าเลิกกับแฟน

การฝันว่าเลิกกับแฟนน่าจะเป็นฝันร้ายสำหรับคนมีคู่เลยทีเดียว พอตื่นมาก็จะกังวลใจกลัวว่ามันจะเป็นจริง แต่ความฝันที่จะเลิกกับแฟนก็ถือเป็นความฝันที่ดีเช่นกัน เพราะถ้าคุณเริ่มรู้สึกกังวลว่าจะเลิกกับเขา แสดงว่าในใจคุณเป็นห่วงเขามาก และรู้สึกถึงความสำคัญของอีกฝ่าย ความรู้สึกแบบนี้ของคุณอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปอีก

ฝันว่าแต่งงานกับแฟน

การแต่งงานถือเป็นความปรารถนาของผู้หญิงหลาย ๆ คน การฝันว่าได้แต่งงานกับคนที่รักคงไม่มีอะไรสุขีไปกว่านี้ แต่ต้องขอโทษที่อาจจะทำให้ฝันสลายนะคะ เพราะการฝันว่าแต่งงานนั้นบ่งบอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวคุณทั้งสองคนในอนาคต ไม่จำกัดว่าจะเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดีนะคะ แต่พูดง่ายๆ ก็คือ มันจะเปลี่ยนเป็นสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดการแต่งงานได้ยาก

ฝันว่าทะเลาะโต้เถียงกับแฟน

ในชีวิตจริงมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่การฝันว่าไปทะเลาะโต้เถียงกับเขาแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนนั้นเหนียวแน่นลึกซึ้งมาก หากในฝันคุณทั้งคู่สามารถแสดงความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาในการทะเลาะวิวาท นั่นบ่งบอกว่าพวกคุณมีความเป็นตัวของตัวเอง และการที่ทั้งคู่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่นั้นก็หมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนมีความมั่นคงมาก ไม่โอนเอน จนต่างคนต่างเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่

ฝันว่าจู๋จี๋กระหนุงกระหนิงกับแฟน

 

ความฝันที่ได้กระหนุงกระหนิงงุ้งงิ้งกับเขาแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนกำลังไปในทิศทางที่ไม่ดีนัก ปกติแล้วคุณได้ใช้เวลาเพื่อเติมเต็มความรักให้แก่กันบ้างรึเปล่า ? ช่วงนี้เขาอาจจะไม่ตามใจ ไม่หวานกับคุณจนทำให้รู้สึกหงุดหงิดกับเขามากขึ้น จนเก็บไปฝันว่าได้มีเวลางุ้งงิ้งอยู่ด้วยกัน หากคุณมีอะไรไม่พอใจในตอนนี้ ก็บอกไปตรง ๆ ดีกว่าค่ะ

บางทีความต้องการในใจลึก ๆ ก็ออกมาในรูปแบบของความฝัน หรือบางครั้งเป็นฝันบอกเหตุก็มี เวลาที่เราฝันในสิ่งที่ไม่สบายใจก็มักจะต้องเปิดตำราทำนายฝันกันทุกที แต่บางกรณี ความฝันดี ๆ ก็อาจจะมีความหมายที่ตรงข้ามกันก็ได้นะคะ

สล็อตเว็บตรง

NISSIN เปลี่ยนธรรมเนียมแลกนามบัตรที่น่าเบื่อด้วยไอเดียสร้างสรรค์กับนามบ้ตรรูปสินค้า

“การแลกนามบัตร” ถือเป็นธรรมเนียมการทำงานที่สำคัญอย่างหนึ่งของสังคมการทำงานกับคนญี่ปุ่น คนที่ไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการทำงานของคนญี่ปุ่นอาจมองว่าการแลกนามบัตรเป็นแค่การแลกเปลี่ยนกระดาษใบหนึ่งเพียงเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วการแลกนามบัตรของคนญี่ปุ่นถือเป็นการสร้างความประทับใจเมื่อแรกพบที่สำคัญมาก หนึ่งในบริษัทญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับการแลกนามบัตรก็คือ NISSIN FOODS Group ที่ขอเพิ่มไอเดียสร้างความประทับใจและความสุขให้กับการแลกนามบัตรที่แสนจะดูน่าเบื่อให้สนุกมากขึ้น

NISSIN FOODS Group ผู้ผลิตอาหารยักษ์ใหญ่ ที่เราคุ้นเคยกันดีกับเมนูบะหมี่สำเร็จรูป ขอเพิ่มสีสันให้กับธรรมเนียมการแลกนามบัตรของพนักงานด้วย “นามบัตรรูปสินค้า” เพื่อเป็นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของบริษัทที่ยึดมั่นในคอนเซ็ปต์ Creative, Unique, Happy, Global และยังถือเป็นการเพิ่มคุณค่าภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านธรรมการแลกนามบัตรได้อีกด้วย

นามบัตรรูปสินค้าของ NISSIN คือ นามบัตรที่ไม่ได้มีหน้าตาเป็นกระดาษทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบที่เราคุ้นเคย แต่เป็นนามบัตรที่มีลักษณะแตกต่าง เป็นรูปทรงและรูปภาพของสินค้าหลักของบริษัท เพื่อให้การแลกเปลี่ยนนามบัตรของพนักงานที่รับผิดชอบในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้เป็นช่วงเวลาแห่งการนึกถึง และบอกเล่าจุดเด่นกับคอนเซ็ปต์ของสินค้าที่ตนเองดูแล ส่วนผู้รับนามบัตรก็จะได้เข้าใจได้อย่างได้ง่ายดายว่าบริษัทของคู่สนทนาเป็นบริษัทที่ผลิตอะไร

 

บริษัทในเครือ NISSIN ที่นำนามบัตรรูปสินค้ามาใช้ เช่น NISSIN FOODS Holdings, NISSIN FOODS, MYOJO FOODS, NISSIN CHILLED FOODS, NISSIN FROZEN FOODS, NISSIN CISCO, NISSIN YORK และ NISSIN BUSINESS SUPPORT โดยเริ่มใช้นามบัตรรูปสินค้าเหล่านี้มาตั้งแต่ปี 2013

ถึงแม้ว่าพนักงานส่วนใหญ่ของบริษัทยังคงใช้นามบัตรรูปแบบปกติกันอยู่ แต่พนักงานที่รับผิดชอบดูแลด้านมาร์เก็ตติ้งของแต่ละบริษัทในเครือจะใช้นามบัตรรูปสินค้าแบบนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มความสามารถด้านการตลาด และยังถือเป็นการปฏิรูปธรรมเนียมการแลกนามบัตรแบบเดิม ๆ ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

สล็อตเว็บตรง

เมื่อร้านเสริมสวยชั้นนำมารวมตัวกัน เพื่องานบรรลุนิติภาวะในความทรงจำของสาวญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางสมาคมญี่ปุ่นในไทยที่ช่องนนทรี ได้จัดพิธีบรรลุนิติภาวะให้กับหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไทย แต่ด้วยสถานการณ์ของโรคระบาด ทำให้ปีนี้มีผู้เข้าร่วมพิธีเพียง 2 คน (ชาย 1 หญิง 1) แม้ว่าจะมีเพียง 2 คน แต่ก็เป็นพิธีที่สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตสำหรับพวกเขา จึงเกิดการรวมตัวกันของร้านเสริมสวยของคนญี่ปุ่นที่เปิดกิจการในไทย มาเนรมิตเสื้อผ้าหน้าผมให้สมกับงานสำคัญที่จะได้ก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ในชื่อโปรเจกต์ “Coming of Age Ceremony Ocean 8 (7?)” ให้กับสาวน้อยไมมิซังที่เข้าร่วมงานในปีนี้

พิธีบรรลุนิติภาวะเป็นพิธีเฉลิมฉลองสำหรับผู้ที่มีอายุครบ 20 ปีหรือเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเหล่าวัยรุ่น หลาย ๆ คนคงจะเคยเห็นจากข่าวญี่ปุ่นในทุก ๆ ปีใช่ไหมคะ แต่ทราบไหมคะว่าพิธีนี้ก็มีจัดในกรุงเทพด้วย! สำหรับคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไทยและไม่สามารถกลับไปร่วมงานที่ญี่ปุ่นได้ ก็สามารถเข้าร่วมงานในไทยได้โดยจะจัดขึ้นทุกปีและได้รับการสนับสนุนจากสมาคมญี่ปุ่นในประเทศไทย

ไมมิซัง ซึ่งเป็นหญิงสาวหนึ่งเดียวที่เข้าร่วมในปีนี้ก็ไม่สามารถกลับไปร่วมงานที่ญี่ปุ่นได้เช่นกัน บรรดาร้านเสริมสวยชั้นนำในกรุงเทพจึงมาร่วมด้วยช่วยกันเพื่อให้เป็นพิธีที่น่าจดจำสำหรับเธอ โดยโปรเจกต์ “Coming of Age Ceremony Ocean 8 (7?)” ประกอบไปด้วย

  1. Nail : Total Beauty & Wedding โดยคุณ Kana Shimada
  2. Eyelash : SEEDRING โดยคุณ NOZOMI
  3. Make Up : Shiro Color Lounge โดยคุณ RIKA
  4. Eyebrow : Shiro Color Lounge โดยคุณ RIKA
  5. Hair Make : 106 HAIR STUDIO โดยคุณ Nishida
  6. Dress Up : 106 HAIR STUDIO โดยคุณ Miwa
  7. Cheer : 106 HAIR STUDIO โดยคุณ Neko
  8. Cheer Leader : 106 HAIR STUDIO โดยคุณ Murase

2 วันก่อนงานพิธี ไมมิซังก็เริ่มเดินสายเสริมสวยตามร้านที่กล่าวมา ลองตามไมมิซังไปด้วยกันเลยค่ะ!

DAY 1 22 กุมภาพันธ์ 13:00 น. Nail

เริ่มต้นจากการไปทำเล็บที่ร้าน Total Beauty & Wedding เป็นโอกาสดีมากที่ได้คุณ Kana Shimada ผู้ที่มีผลงานทำเล็บให้ศิลปินชื่อดังมาทำเล็บให้ไมมิซัง เรียกว่าเล่นใหญ่ตั้งแต่ทำเล็บเลยทีเดียว ผลงานออกมาเป็นโทนสุภาพ สีพาสเทลแบบโปร่งใสให้ความรู้สึกแบบฤดูใบไม้ผลิ ดูเรียบร้อยแต่ก็สวยงามราวกับดอกซากุระของญี่ปุ่น

DAY 2 23 กุมภาพันธ์ 13:00 น. Eyelash

วันที่สองเริ่มด้วยการต่อขนตา ในเมื่อต้องใส่แมสก์ตลอดเวลา งานขนตาก็ต้องปังไว้ก่อน เนรมิตโดยคุณ NOZOMI จากร้าน SEEDRING ร้านต่อขนตายอดนิยมในทองหล่อซึ่งไม่ใช้น้ำยาดัด ด้วยเทคนิค ความรู้ ความเชี่ยวชาญของทางร้าน ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากมายแม้กระทั่งสาว ๆ คนไทยเองก็ไปใช้บริการ ขนตาดูมีวอลลุ่มสวยงามเหมาะกับชุดกิโมโนมาก ๆ

DAY 2 23 กุมภาพันธ์ 15:00 น. Make Up & Eyebrow


มาถึงช่วงของการแต่งหน้า ใช้บริการคุณ RIKA จากร้าน Shiro Color Lounge ในสุขุมวิท ซอย 39 แม้จะมีปัญหาเล็กน้อยเนื่องจากรถติด แต่คุณ RIKA ก็สามารถแต่งหน้าออกมาได้อย่างสมบูรณ์และสวยงามโดยใช้เวลาไม่นาน รอใส่ชุดไม่ไหวแล้วล่ะ!

DAY 2 23 กุมภาพันธ์ 16:00 น. Hair Make

แต่งหน้าเรียบร้อยก็มูฟมาต่อที่ร้านทำผม 106 HAIR STUDIO โดยคุณ Nishida ซึ่งเคยรับทำผมสำหรับพิธีบรรลุนิติภาวะในญี่ปุ่นด้วย จัดว่าทำได้ชำนาญและคล่องแคล่วมาก ๆ จากผมสั้นธรรมดากลายเป็นทรงผมที่มีดีเทลสวยงามเหมาะกับชุดกิโมโน ในที่สุดก็จะได้แต่งตัวแล้ว

DAY 2 23 กุมภาพันธ์ 17:00 น. Dress Up

ทำผมเสร็จแล้วก็แต่งตัวที่ร้านเดียวกัน โดยคุณ Miwa ที่ทำงานร่วมกับคุณ Nishida สำหรับเหล่าวัยรุ่นในพิธีบรรลุนิติภาวะที่ญี่ปุ่นมาอย่างนับไม่ถ้วน ในขณะที่จวนจะถึงเวลางาน ก็แต่งตัวให้ไมมิซังได้อย่างคล่องแคล่ว

และแล้วก็เสร็จเรียบร้อย จากเด็กสาวไร้เดียงสาแปลงโฉมเป็นสาวญี่ปุ่นที่แสนสง่าพร้อมร่วมพิธี ไมมิซังเองก็ชื่นชอบและพอใจเป็นอย่างมาก

 

พิธีบรรลุนิติภาวะปีนี้ผ่านไปได้ด้วยดี แถมโปรเจกต์การรวมตัวของร้านเสริมสวยครั้งนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก ถึงแม้ตัวจะห่างไกลจากประเทศบ้านเกิดแต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับพิธีนี้ งานนี้จะต้องเป็นความทรงจำที่ดีสำหรับตัวไมมิเองและครอบครัวอย่างแน่นอน สำหรับสาวไทยที่อยากจะลองเปลี่ยนสไตล์ที่ร้านเสริมสวยของคนญี่ปุ่นบ้าง ก็สามารถไปตามร้านที่ไมมิซังไปได้เลยนะคะ ทั้งงานเล็บหวาน ๆ งานขนตาปัง ๆ หรือทรงผมแบบสาวญี่ปุ่นก็สามารถไปลองได้เลย ^^

 

Total Beauty & Wedding
TEL : 092-223-8142
Web : Total Beauty & Wedding
IG : Total Beauty & Wedding

SEEDRING
TEL : 02-004-1050
Web : SEEDRING
IG : SEEDRING

Shiro Color Lounge
TEL : 090-952-3420
Web : Shiro Color Lounge
IG : Shiro Color Lounge

106 HAIR STUDIO
TEL : 02-6627-106
Web : 106 HAIR STUDIO
IG : 106 HAIR STUDIO

สล็อตเว็บตรง

แบบทดสอบจากญี่ปุ่น สาเหตุที่ตัดสินใจพลาด รู้ได้จากเจ้าแมวขโมย

ในช่วงชีวิตเรามีเรื่องให้ต้องตัดสินใจมากมาย ซึ่งถ้าผลการตัดสินใจนั้นส่งผลดีก็ดีไป แต่ถ้าส่งผลที่ไม่เป็นดั่งใจก็น่าเสียดาย อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราเกิดการตัดสินใจผิด ๆ ได้ง่าย ให้น้องแมวเหล่านี้ช่วยหาคำตอบกันค่ะ

มีแมวมาแอบกินซาชิมิที่คุณเก็บไว้ แมวตัวไหนน่าสงสัยที่สุด ?

แมว

ผู้คนมักคิดและตัดสินใจจากประสบการณ์และความรู้ของตนเอง แต่ในการตัดสินใจนั้นก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป อาจปนเปทั้งอคติและไม่น่าเชื่อถือ น้องแมวตัวที่คุณเลือก จะบ่งบอกถึงนิสัยการคิดของคุณ และสาเหตุที่ทำให้คุณเกิดการตัดสินใจผิดพลาด

A : ตัดสินง่ายเกินไป

น้องแมวแลบลิ้นเลียปากเลียมือแบบนี้น่าจะเป็นตัวที่มาแอบกินซาชิมิอย่างไม่ต้องสงสัย หากคุณเลือกตัวนี้ คุณเป็นคนประเภทที่ตรงไปตรงมามาก หากมีใครมายิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่ดูจริงใจ คุณก็อาจจะเชื่อได้ง่าย ๆ ว่าเขาต้องเป็นคนดีแม้ว่าคุณจะไม่รู้ตัวตนของอีกฝ่ายก็ตาม สาเหตุที่คุณตัดสินใจผิดพลาดคือคุณมักตัดสินสิ่งต่าง ๆ ด้วยข้อมูลเพียงผิวเผินเท่านั้น แค่มองจากความเรียบง่ายโดยไม่คำนึงถึงความเป็นไปได้อื่น ๆ ลองสร้างนิสัยขี้สงสัยในการตัดสินใจเพื่อเพิ่มวิจารณญาณของตนเองให้มากขึ้น

B : หวังผลใหญ่เกินไป

ลูกแมวน้อยน่ารักที่ดูเหมือนจะกินได้แค่นม หากคุณเลือกตัวนี้ คุณเป็นคนประเภทที่ชอบการเดิมพัน ต้องการหาความตื่นเต้นเร้าใจ เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจ คุณมักจะเดิมพันในสิ่งที่เป็นไปได้ยากหรือไม่น่าเป็นไปได้ สาเหตุที่คุณตัดสินใจผิดพลาดคือคุณมักตัดสินใจหรือเดิมพันอะไรแบบ all-or-nothing กล่าวคือ ถ้าได้ ก็จะได้ทั้งหมด แต่ถ้าไม่ได้ ก็จะไม่ได้อะไรเลย คุณแทบไม่สนความเป็นจริงและเลือกฝั่งที่น่าสนใจกว่า เมื่อผิดพลาด คุณก็จะมานั่งเสียดายที่ตัดสินใจผิดไป ควรเดินทางสายกลางและมองความเป็นจริงให้มากขึ้นเพื่อเป็นการระมัดระวังการตัดสินใจของตัวเอง

C : คิดเยอะเกินไป

น้องแมวที่ทำหน้านิ่งราวกับจะบอกว่าหนูไม่เกี่ยวนะ หากคุณเลือกตัวนี้ คุณเป็นคนประเภทที่อ่านสถานการณ์ได้อย่างลึกซึ้ง คุณไม่พอใจกับอะไรเพียงผิวเผิน และคุณจะพยายามมองไปถึงเบื้องลึกเบื้องหลังอยู่เสมอ สาเหตุที่คุณตัดสินใจผิดพลาดคือคุณอาจจะเผลอไปโดนกับดักหรือตกหลุมพรางของความคิดตัวเอง จากการที่พยายามคิดไปถึงเบื้องหลังของเบื้องหลัง จนกลายเป็นเลอะเทอะเตลิดไปไกลและตัดสินอะไร ๆ ผิดพลาด บางครั้งการคิดแบบง่าย ๆ ดูบ้างก็น่าจะดีกว่า

D : ยึดติดเกินไป

น้องแมวตัวอ้วนจ้ำม้ำ หากคุณเลือกตัวนี้ คุณเป็นคนประเภทที่มีความคิดความเชื่อที่ฝังหัว และมักจะมองสิ่งต่าง ๆ ไปตามแบบแผน อย่างที่คุณคิดในการทดสอบนี้ว่า “ตัวที่มาแอบกินต้องเป็นแมวอ้วนที่กินเก่งแน่นอน” สาเหตุที่คุณตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายคือค่านิยมที่คุณยึดติดเกินไป หากคุณพยายามยัดเยียดความเชื่อของคุณโดยไม่มีพื้นฐานความจริงที่เหมาะสม คุณอาจจะทำให้คนอื่นรำคาญหรือโดนหัวเราะเยาะเย้ยได้ อย่าละเลยที่จะตรวจสอบจากข้อเท็จจริง แล้วค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ตัดสินใจต่อไป

 

คนเราบางครั้งก็ตัดสินใจผิดพลาดได้ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าสิ่งที่ตัดสินใจลงไปนั้นจะเป็นไปอย่างที่คาดคิดหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อรู้ตัวว่าผิดพลาด จะทำอย่างไรต่อไป หากเรายอมรับความผิดพลาดและกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ เราก็สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจที่ผิดนั้นให้เป็นโอกาสในการเติบโตได้ ^^

UFABET เว็บตรง

รู้หรือไม่ว่าภาษาญี่ปุ่นแท้ๆเขาเรียกคำว่า “ผ้าม่าน” ว่าอะไรกัน??

หากเพื่อนๆคนไหนเรียกภาษาญี่ปุ่นอยู่ก็คงจะรู้กันอยู่แล้วว่า ในภาษาญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลงมาเป็นสำเนียงในสไตล์ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งบางคำนั้นแม้จะลองถามคนญี่ปุ่นให้เขาช่วยบอกคำที่เป็นภาษาญี่ปุ่นแท้ๆให้ฟังหน่อย คนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยก็ถึงกับมึนกันเลยทีเดียวว่าภาษาญี่ปุ่นแท้ๆเขาเรียกว่าอะไรกันนะ!! วันนี้เราก็มีอีกหนึ่งคำที่เชื่อว่าเกือบทุกคนต้องเรียนกันมาเป็นคนทับศัพท์แน่นอน อย่างคำว่า “ผ้าม่าน” ที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “Kaaten” ที่ทับศัพท์มาจากคำว่า “curtain” ในภาษาอังกฤษนั่นเอง แต่จริงๆแล้วคำว่าผ้าม่านก็มีคำเรียกที่เป็นภาษาญี่ปุ่นแท้ๆนะจ๊ะ คุณรู้หรือเปล่าว่า “ผ้าม่าน” ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร??

ก่อนอื่นเรามาพูดถึงประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการใช้ผ้าม่านในประเทศญี่ปุ่นกันดีกว่า ประเทศญี่ปุ่นเริ่มมีการใช้ผ้าม่านกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยุคสมัยเอโดะ เมื่อเทียบกับต่างชาติแล้ว ถือว่าญี่ปุ่นเพิ่งเริ่มมีการใช้ผ้าม่านได้ไม่นานเท่าไร แต่ในประเทศญี่ปุ่นก็มีการใช้มู่ลี่, ประตูเลื่อน และประตูเลื่อนที่ทำจากกระดาษซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับผ้าม่านมาตั้งแต่โบราณแล้ว ในยุคที่ผ้าม่านเริ่มถูกเผยแพร่เข้ามาในญี่ปุ่นใหม่ๆ คนญี่ปุ่นจะเรียกกันว่า “madokake” (窓掛け) ซึ่งถือเป็นสินค้าเลอค่าในสมัยนั้น ที่ที่เริ่มใช้ผ้าม่านเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นคือ “เกาะเดจิมะ” ซึ่งเป็นเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นในจังหวัดนางาซากิ ซึ่งเป็นเกาะที่อนุญาตให้มีการค้าขายกับต่างชาติได้เพียงแห่งเดียวในสมัยนั้น ว่ากันว่ามีการใช้ผ้าม่านที่ถูกขนมาจากยุโรปเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นที่สถานทูตต่างชาติในเกาะแห่งนั้น

ในสิ่งปลูกสร้างสไตล์ตะวันตกอย่างสถานทูตนั้นเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการใช้ผ้าม่าน แต่ตามบ้านเรือนของชาวบ้านในยุคนั้นยังไม่เหมาะ ทำให้ในตอนนั้นผ้าม่านยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ที่อื่นนอกเหนือจากเกาะเดจิมะที่มีการใช้ผ้าม่านนั้นจะเริ่มใช้กันในตอนปลายยุคเอโดะถึงตอนต้นสมัยเมจิ

ในสมัยแรกๆคนญี่ปุ่นก็ยังคงเรียกผ้าม่านว่า “madokake” กันอยู่ แต่ในตอนช่วงท้ายของสมัยเมจิก็เริ่มมีการใช้คำว่า “kaaten” กันแล้ว แถมยังมีการผลิตผ้าม่านในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามในยุคนั้นผ้าม่านก็ยังเป็นสินค้าสำหรับคนชั้นสูงที่ไม่ได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย จนเมื่อเข้าสู่ยุคโชวะที่ 30 ถึงได้มีการเริ่มใช้ผ้าม่านกันตามบ้านเรือนทั่วไปเหมือนอย่างในปัจจุบัน เพราะในยุคสมัยนั้นเริ่มมีการก่อสร้างหมู่บ้านหรืออพาร์ทเมนต์อย่างต่อเนื่อง และบ้านเรือนในสไตล์ตะวันตกก็มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผ้าม่านกลายเป็นของใช้ที่ขาดไม่ได้ภายในบ้านของชาวญี่ปุ่นเหมือนอย่างที่เราเห็นกันในทุกวันนี้

 

วันนี้นอกจากจะได้สาระความรู้เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นแล้ว ยังได้รู้ถึงความเป็นมาและประวัติการใช้ผ้าม่านในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยนะคะ คราวหน้าถ้าเพื่อนๆได้ลองคุยกับคนญี่ปุ่นแล้วละก็ ลองถามคนญี่ปุ่นดูกันนะคะว่าเขารู้ไหมนะว่า “ผ้าม่าน” ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร??        สล็อตเว็บตรง

มารู้จักกับนิยามของสิ่งที่เรียกว่า “มรดกญี่ปุ่น” กันดีกว่า!

ทุกคนคงเคยได้ยินและรู้จัก “มรดกโลก” หรือ “World Heritage” กันดีแล้ว แต่เพื่อน ๆ เคยรู้จัก “มรดกญี่ปุ่น” หรือ “Japan Heritage” กันหรือเปล่า? ฟังแค่ชื่ออาจคิดไปว่าก็คงจะเป็นอะไรที่คล้าย ๆ กัน แต่แค่เน้นไปที่สถานที่หรือสิ่งของที่อยู่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เปล่าเลยค่ะ นิยามของมรดกญี่ปุ่นไม่ได้เหมือนกับมรดกโลกเลย เอาละวันนี้เราไปทำความรู้จักการสิ่งที่เรียกว่า “มรดกญี่ปุ่น” กันดีกว่า

มรดกโลก

“มรดกโลก” คือ สถานที่หรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองจากองค์การ UNESCO เพื่อบ่งบอกถึงคุณค่าของสิ่งที่มนุษย์หรือธรรมชาติสร้างขึ้น และควรจะปกป้องสิ่งเหล่านั้นอย่างไร ซึ่งประเทศที่มีสถานที่หรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะมีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องและรักษาโบราณสถานดังกล่าว

มรดกญี่ปุ่น

“มรดกญี่ปุ่น” เกิดขึ้นจากการจัดตั้งโดยสำนักงานวัฒนธรรมแห่งประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2015 โดยทุกปีทางสำนักงานวัฒนธรรมจะเปิดให้เมือง เขต หมู่บ้านจากทุกจังหวัดในประเทศยื่นใบสมัครเข้ามาปีละครั้ง หากที่ใดได้รับการรับรองให้เป็นมรดกญี่ปุ่นแล้วละก็ สถานที่นั้นก็จะสามารถนำเครดิตการเป็น “มรดกญี่ปุ่น” ไปใช้ประโยชน์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหรือกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้

“เรื่องราว” คือ สิ่งสำคัญของมรดกญี่ปุ่น

คาบสมุทรโนโตะ (能登半島) จังหวัดอิชิคาวะ

หัวใจสำคัญในการตัดสินว่าที่ใดจะได้เป็น “มรดกญี่ปุ่น” อยู่ที่ “เรื่องราว” ซึ่งมาตรฐานในการตัดสินก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก่อนอื่นเลยสถานที่หรือสิ่งก่อสร้างที่จะได้เป็นมรดกญี่ปุ่นนั้น จะต้องอยู่ในเมือง เขต และหมู่บ้านในญี่ปุ่น กรณีที่เป็นการยื่นสมัครจากองค์กรท้องถิ่นญี่ปุ่น จะต้องสรุปประวัติศาสตร์ ธรรมเนียมที่สืบทอดกันมา ขนบธรรมเนียมเหล่านั้นให้เป็น “เรื่องราว” เพียงหนึ่งเดียว และทำให้โบราณสถาน สถานที่ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและศิลปะ เทศกาลต่าง ๆ เป็นต้น รวมกันเป็นแพ็กเกจ แล้วทางสำนักงานวัฒนธรรมจะทำการเช็คตามหลัก 5 ประการ คือ ความสนใจที่ลึกซึ้ง การสร้างความฮือฮา ความแปลกหายาก เอกลักษณ์ท้องถิ่น และความเข้าใจได้ง่าย

เมืองคุราชิกิ(倉敷市)จังหวัดโอคายามะ

ทีนี้เพื่อน ๆ ก็น่าจะพอเข้าใจนิยามและคุณค่าของสถานที่และสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “มรดกญี่ปุ่น” กันแล้วนะคะ เมื่อไรที่ได้ไปเที่ยวหรือเยี่ยมชมในที่ที่เป็นมรดกญี่ปุ่น นอกจากจะชื่นชมความสวยงามแล้ว อย่าลืมที่จะซึมซับ “เรื่องราว” ของสถานที่ดังกล่าวกันด้วยนะคะ        สล็อตเว็บตรง